[ivcs]
Type: article
Parent page: ตำนานของผู้ชนะ
[/ivcs]

เดือนพฤษภาคม 2005 นัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นการเปิดศึกชนแข้งระหว่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมดังจาก[พรีเมียร์ลีก] กับ “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน ยอดทีมจากเซเรีย อา อิตาลี ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่สนามอตาเติร์ก สเตเดี้ยม กรุงอิสตันบูล ตุรกี

ถือเป็นการเดิมพันด้วยศักดิ์ศรีของทั้งสองสโมสรที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เพราะกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ทั้งสองทีมต้องแลกมาด้วยทั้งหยาดเหงื่อ ความทุ่มเท และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อมาอยู่ต่อหน้าถ้วยรางวัล “บิ๊กเอียร์” และชิงชัยกับทีมคู่แข่งในวันนั้น

หลังสิ้นเสียงนกหวีดเริ่มเกมครึ่งแรก เอซี มิลาน ก็โชว์ฟอร์มสุดยอด ยิงออกนำเร็วและจบสกอร์ด้วยแพ็คเกจสามลูก ออกนำหงส์แดงลิเวอร์พูลห่างถึง 3-0 ภายในครึ่งเวลาแรกโดยหงส์แดงแทบไม่มีโอกาสได้ตั้งตัวหรือทำสกอร์ได้สำเร็จเลย

ช่วงพักครึ่ง เหล่าแฟนบอลที่เกาะขอบสนามหรือเฝ้าดูอยู่หน้าจอตั้งแต่นาทีแรก ทั้งที่ตั้งความหวังกำลังใจไว้สูง หรือที่ทุ่มสุดตัวไปไว้ที่หงส์แดงผ่านการ[แทงบอลออนไลน์] ก็แทบจะพับเสื่อกลับบ้านเพราะผลสกอร์นำห่างจนสมควรจะเลิกลุ้น นัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปีนั้นคงลุ้นไม่สนุกอีกต่อไปแล้ว

ความหวังแทบจะริบหรี่ในครึ่งหลัง แต่แล้วลูกโหม่งทำประตูของยอดกัปตันอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ก็ชุบชีวิตจิตใจของเหล่าแฟนหงส์และเพื่อนร่วมทีมขึ้นมาได้อีกครั้ง ก่อนวลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ และ ชาบี อลอนโซ่ จะทำประตูกันอีกคนละลูก จนเมื่อหมดเวลา 90 นาที สกอร์ปิดที่เจ๊ากัน 3-3 อย่างไม่น่าเชื่อ ต้องต่อเวลาพิเศษเพื่อหายอดทีมแชมป์ต่อไป

หมดเวลาพิเศษ ปีศาจแดงดำทิ้งโอกาสขึ้นนำไปได้อย่างน่าเสียดาย สกอร์ยังคงค้างอยู่ที่ผลเสมอ ต้องตัดให้จบด้วยเกมดวลจุดโทษ

แล้วหงส์แดงก็พิสูจน์ความหนักแน่นและแม่นยำได้เหนือกว่าปีศาจแดงดำ ชนะเกมจุดโทษ คว้าถ้วย “บิ๊กเอียร์” ไปได้ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีจากแฟนบอลจนก้องโลก!